(คลิป) พาดู ‘ใบเปล้าใหญ่’ ญี่ปุ่นจดเจ้าของไปแล้ว สมุนไพรที่สรรพคุณเยอะมาก : สมุนไพร วีดีโอ เกษตร

27 Likes 1.85K Views

(คลิป) พาดู ‘ใบเปล้าใหญ่’ ญี่ปุ่นจดเจ้าของไปแล้ว สมุนไพรที่สรรพคุณเยอะมาก : สมุนไพร วีดีโอ เกษตร

+++ ความรู้เพิ่มเติม +++

ใบเปล้าใหญ่

เปล้าใหญ่ ชื่อวิทยาศาสตร์ Croton persimilis Müll.Arg. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Croton oblongifolius Roxb., Croton roxburghii N.P.Balakr., Oxydectes oblongifolia Kuntze, Oxydectes persimilis (Müll.Arg.) Kuntze) จัดอยู่ในวงศ์ยางพารา (EUPHORBIACEAE)

สมุนไพรเปล้าใหญ่ มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า เปาะ (กำแพงเพชร), ควะวู (กาญจนบุรี), เปล้าหลวง (ภาคเหนือ), ‎เซ่งเค่คัง สะกาวา สกาวา ส่ากูวะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), ห้าเยิ่ง (ชาน-แม่ฮ่องสอน), คัวะวู, เป‎วะ เป็นต้น โดยมีเขตการกระจายพันธุ์ในประเทศอินเดีย เนปาล ภูฎาน บังคลาเทศ ภูมิภาคอินโดจีน พม่า และในประเทศไทย โดยสามารถพบได้ทุกภาคยกเว้นภาคใต้ มักขึ้นในป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง และป่าเต็งรัง

ลักษณะของเปล้าใหญ่
– ต้นเปล้าใหญ่ หรือ ต้นเปล้าหลวง จัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก เป็นไม้ผลัดใบ มีความสูงของต้นประมาณ 8 เมตร เปลือกของลำต้นเรียบ เป็นสีน้ำตาล มีรอยแตกบ้างเล็กน้อย ที่กิ่งก้านค่อนข้างใหญ่ ตามใบอ่อน ยอดอ่อน และช่อดอก จะมีเกล็ดสีเทาเป็นแผ่นเล็ก ๆ ปกคลุมอยู่ทั่วไป โดยมักพบได้ตามป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ป่าผลัดใบ ที่มีความสูงไม่เกิน 950 เมตร

– ใบ ใบเปล้าใหญ่ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับกัน ลักษณะของใบเป็นรูปไข่ รูปขอบขนาน รูปวงรีแกมขอบขนาน หรือเป็นรูปใบหอก ใบรียาว มีความกว้างประมาณ 5-10 เซนติเมตรและยาวประมาณ 9-30 เซนติเมตร โคนใบและปลายใบแหลมหรือมน ส่วนขอบใบจักเป็นซี่ฟันไม่สม่ำเสมอ ลักษณะของใบจะลู่ลง ใบอ่อนจะเป็นสีน้ำตาล ส่วนใบแก่ค่อนข้างเกลี้ยง หลังใบเรียบมีสีเขียวเข้ม ท้องใบมีขนไม่มาก ใบเมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีส้มก่อนร่วงหล่นลงมา ส่วนก้านใบยาวประมาณ 1.3-6 เซนติเมตร และฐานใบมีต่อม 2 ต่อม

– ดอกเปล้าใหญ่ ออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ช่อดอกมีหลายช่อ ช่อดอกมีความยาวประมาณ 12-22 เซนติเมตร ลักษณะตั้งตรง ดอกเป็นแบบแยกเพศอยู่บนต้นเดียวกันหรือแยกต้น ดอกย่อยมีขนาดเล็ก กลีบดอกมีสีเหลืองแกมสีเขียว ดอกจะทยอยบานจากโคนช่อไปหาปลายช่อ โดยดอกตัวผู้เป็นสีขาวใส มีกลีบดอกสั้นจำนวน 5 กลีบ ที่โคนกลีบดอกจะติดกัน มีกลีบเลี้ยงเป็นรูปขอบขนานกว้าง ๆ 5 กลีบ หลังกลีบเลี้ยงมีเกล็ดสีน้ำตาล โดยกลีบดอกยาวเท่ากับกลีบเลี้ยง มีขนอยู่หนาแน่น ที่ฐานดอกมีต่อมลักษณะกลม ๆ 5 ต่อม มีเกสรตัวผู้ 12 อัน เกลี้ยง ส่วนดอกตัวเมียเป็นสีเหลืองแกมเขียว มีกลีบดอก 5 กลีบ กลีบเล็ก ลักษณะเป็นรูปยาวแคบ ขอบกลีบจะมีขน ที่โคนกลีบดอกจะติดกัน ปลายกลีบดอกแหลม กลีบเลี้ยงมีลักษณะเป็นรูปขอบขนาน และรังไข่เป็นรูปขอบขนาน มีเกล็ด โดยจะออกดอกในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน

– ผลเปล้าใหญ่ ผลอ่อนสีเขียว เมื่อแก่ผลจะแห้งแตก ลักษณะของผลเป็นรูปทรงกลมแบน มีพู 3 พู มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 เซนติเมตร ผิวเรียบ ด้านบนแบน มีเกล็ดเล็กห่างกัน ในผลมีเมล็ดลักษณะแบนรี ยาวประมาณ 6 มิลลิเมตร โดยจะติดผลในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม

สรรพคุณของเปล้าใหญ่
– เปล้าใหญ่ช่วยบำรุงโลหิต (เปลือกต้นและใบ)

– ใบใช้เป็นยาบำรุงกำลัง (ใบ)

– ใบมีรสร้อน เมาเอียน ใช้เป็นยาบำรุงธาตุ (ใบ)

– ช่วยทำให้เจริญอาหาร (ราก)

– ช่วยแก้อาการวิงเวียน ช่วยทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ด้วยการใช้ใบเปล้าใหญ่เข้ายากับใบหนาด ตะไคร้หอม และ
– เครือส้มลม ใช้ต้มกับน้ำดื่มและอาบ (ใบ)

– ช่วยแก้เลือดร้อน (เปลือกต้นและกระพี้)

– น้ำต้มเปลือกต้นใช้กินเป็นยาแก้ไข้ (เปลือกต้น)

– ช่วยแก้กระหาย (ใบ)

– ช่วยแก้อาการร้อนใน (ราก)

– ช่วยแก้เสมหะ (ใบ)

– ช่วยแก้ลมอันผูกเป็นก้อนให้กระจาย (แก่น)

– ช่วยขับลม กระจายลม (ราก)

– ใบใช้เข้าเครื่องยาแก้อาการปวดท้อง ท้องอืดท้องเฟ้อ ช่วยแก้ลมจุกเสียด (ใบ)

– ช่วยแก้อาการท้องเสีย (เปลือกต้นและใบ)

– รากใช้ต้มกับน้ำดื่มช่วยแก้อาการปวดท้อง ถ่ายเป็นมูกเลือด (ราก)

– ปลือกต้นและกระพี้มีรสร้อน เมาเย็น ใช้เป็นยาช่วยในการย่อยอาหาร (เปลือกต้นและกระพี้)

– เมล็ดใช้กินเป็นยาถ่าย (เมล็ด)

– ดอกมีรสร้อนใช้เป็นยาขับพยาธิ (ดอก) ส่วนแก่นใช้เป็นยาขับพยาธิไส้เดือน (แก่น)

– เนื้อไม้เปล้าใหญ่ช่วยแก้ริดสีดวงลำไส้และริดสีดวงทวารหนัก (เนื้อไม้)

– น้ำต้มเปลือกต้นใช้กินเป็นยาแก้ตับอักเสบ (เปลือกต้น)

– ช่วยรักษาโรคทางเดินปัสสาวะ (ราก)

– แก่นมีรสร้อน เมาเย็น ช่วยขับเลือด (แก่น)

– ผลมีรสร้อน เมาเอียน ใช้ดองกับสุราดื่มเป็นยาขับเลือดหลังคลอด ช่วยขับน้ำคาวปลา (ผล)

– น้ำต้มใบใช้ชำระล้างบาดแผล (ใบ)

– รากใช้แก้โรคผิวหนังผื่นคัน แก้น้ำเหลืองเสีย รักษาโรคเรื้อน มะเร็ง คุดทะราด ทำให้น้ำเหลืองแห้ง (ราก)

– ใบใช้ต้มน้ำอาบ ช่วยแก้ผดผื่นคัน แก้อาการคันตามตัว (ใบ)

– ช่วยขับหนองให้ตก (แก่น)

– ใบนำมาย่างไฟรองนอนสำหรับคนที่รถล้ม จะช่วยแก้อาการฟกช้ำ (ใบ)

– รากใช้ต้มกับน้ำดื่มกินแก้โรคเหน็บชา (ราก)

– รากใช้ต้มกินแก้อาการปวดเมื่อยตามร่างกาย หรือจะใช้ต้นเปล้าใหญ่ผสมกับรากส้มลม ต้นมะดูก ต้นเล็บแมว ต้น

– ตับเต่าโคก ต้นมะเดื่ออุทุมพร ต้นกำแพงเจ็ดชั้น ต้นกำจาย และต้นกะเจียน ใช้ต้มเป็นน้ำดื่มก็ได้ (ต้น, ราก)

– น้ำต้มเปลือกต้นใช้กินเป็นยาแก้อาการปวดข้อและอาการปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ (เปลือกต้น)

– ใบใช้ต้มกับน้ำอาบสำหรับสตรีหลังคลอด (ใบ) หรือใช้กิ่ง ใบ และลำต้น นำมาต้มกับน้ำอาบสำหรับสตรีหลัง

– คลอดบุตร จะช่วยทำให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น (กิ่ง, ใบ, ต้น)

ถ้ามีประโยชน์ ฝากแชร์ เพื่อเป็นความรู้ให้กับเพื่อนๆ ด้วยนะครับ

โดย : My Aomsin
คลิป ติดตาม : https://www.youtube.com/watch?v=0H2pXVwjVAM

Show More
Don`t copy text!
Top